8 ข้อที่แบรนด์ห้ามทำในการโฆษณา ไม่งั้น Google ไล่เช็คบิลแน่นอน!
21 สิงหาคม 2561
ตอนนี้ทาง Google ได้เริ่มทำการปิดกั้นโฆษณาที่ก่อความรำคาญให้กับผู้ใช้แบบ AutoBlock เป็นที่เรียบร้อย โดยกูเกิ้ลมีความต้องการให้ผู้ใช้เข้าถึงเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง รวมไปถึงประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้ในการใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างราบรื่น

โดยการบล็อกโฆษณาครั้งนี้ เป็นผลมาจากการเข้าร่วมกลุ่ม Coalition for Better Ads ที่เป็นมาตรฐานโฆษณาออนไลน์ที่ได้รับการยอมรับ ซึ่ง Google Chrome จะทำการคัดกรองโฆษณา ถ้าหากพบว่าโฆษณาในเว็บไซต์นั้นเข้าข่ายตามที่ระบบกำหนดว่าเป็นโฆษณาที่น่ารำคาญ โฆษณานั้นจะถูกระงับการแสดงผลทันที และผู้ลงโฆษณานั้นจะต้องแก้ไข และส่งรายงานเพื่อให้ตรวจสอบต่อไปเพื่อจะทำการปลดบล็อกโฆษณาของเว็บไซต์นั้น

8 มาตรการโฆษณาออนไลน์ของ The Coalition for Better Ads มีดังนี้
  1. ห้ามใส่โฆษณาแบบ “Pop-up Ads” โฆษณาที่เด้งขึ้นมาจากหน้าเว็บไซต์
  2. ห้ามทำโฆษณาแบบเต็มหน้าจอ “Prestitial Ads”
  3. อย่าใช้โฆษณาแบบที่ขึ้นมาเต็มหน้าจอและมีตัวเลขนับถอยหลัง “Countdown Screens Ads”
  4. อย่าใช้วิดีโอแบบเล่นพร้อมเสียงอัตโนมัติ “Start Playing Ads”
  5. ห้ามทำโฆษณาที่ติดตามการกระทำของผู้ใช้ในเว็บไซต์ “Large Sticky Ads”
  6. อย่าใส่โฆษณาที่กินพื้นที่หน้าจอมากกว่า 30% “Density Higher Than 30% Ads”
  7. ห้ามใช้โฆษณาที่มีภาพเคลื่อนไหวแบบกระพริบ “Flashing Animated Ads”
  8. ห้ามทำโฆษณาเต็มหน้าจอแบบเลื่อนตาม “Full-screen scroll over Ads”
ถึงแม้ฟังก์ชั่น AutoBlock จะส่งผลกระทบต่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Google แต่ประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นสิ่งสำคัญกว่าเมื่อเทียบกับค่าโฆษณาที่กูเกิ้ลอาจต้องยอมสูญเสีย ซึ่งผู้ลงโฆษณากับกูเกิ้ลในรูปแบบอย่าง AdSense, DoubleClick และ Remarketing ก็คงต้องยิ้มต้องสู้กันไป
 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=VrVuryo39Zc 
ที่มา : thaiseoboard